img

Date : 2026-08-17



แอนโธนี ฮัดสัน ตอบแล้ว! เกิดอะไรขึ้นวินาทีปะทะคารมเดือด “เกวิน ลี” หลังเกมที่สิงคโปร์

แอนโธนี ฮัดสัน ตอบแล้ว! เกิดอะไรขึ้นวินาทีปะทะคารมเดือด “เกวิน ลี” หลังเกมที่สิงคโปร์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ คัพ 2026" รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติสิงคโปร์ ทางด้าน แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจชี้แจงถึงประเด็นดราม่าหลังจบเกมเลกแรก ที่ทัพช้างศึกบุกไปเอาชนะสิงคโปร์ได้ถึงถิ่น 3-1 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ปะทะอารมณ์อย่างตึงเครียดกับ เกวิน ลี เฮดโค้ชสิงคโปร์ รวมถึง เดสมอนด์ อ่อง รองประธานสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ ทันทีที่จบเกม

เฮดโค้ชทัพช้างศึกได้เปิดเผยถึงชนวนเหตุในจังหวะดังกล่าวว่า เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกที่ค้างมาจากสถานการณ์ในเกม ซึ่งเจ้าตัวและทีมงานรู้สึกไม่พอใจในกติการะหว่างแข่งขัน โดยเฉพาะช็อตก่อนเสียจุดโทษที่มีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามถือบอลเตรียมทุ่มนานถึง 14-15 วินาที ทำให้หลังจบเกมจึงเดินเข้าไปตั้งคำถามกับเกวิน ลี ถึงประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่ายังคงให้ความเคารพในตัวกุนซือและนักเตะสิงคโปร์เสมอ พร้อมยอมรับอย่างอารมณ์ดีว่ารู้สึกอายเหมือนกันเมื่อตื่นเช้ามาเห็นข่าวเต็มฟีด และโดนคุณแม่โทรมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ แอนโธนี ฮัดสัน ยังได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในเกมนัดที่สอง ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยปลุกเร้าให้ลูกทีมลงเล่นด้วยความเข้มข้นเหมือนสกอร์ยังคงเสมออยู่ 0-0 พร้อมตั้งเป้าพาทีมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไป

"ก่อนอื่นต้องยินดีต้อนรับทุกคนในงานแถลงข่าววันนี้ สำหรับการเจอกับ สิงคโปร์ ก็เป็นเกมที่ยาก พวกเขาเป็นทีมระดับท็อป มีแทคติกที่ซับซ้อน พวกเขาทำผลงานได้ดี มีเฮดโค้ชที่ดี และเล่นได้ดี กับฟอร์มการเล่นในเลกแรก ผมภูมิใจกับนักเตะของผมมากที่ทุ่มเท แต่เราจะพยายามทำให้ดีกว่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของเกม การซ้อมวันนี้ก็ต้องพัฒนาปรับปรุง ตอนนี้ต้องมีสมาธิ และคิดว่าเกมนี้ยังเสมอ 0-0 อยู่ และเกมนี้ยังเป็นเกมที่เหมือนนัดชิงชนะเลิศ เป็นอีกหนึ่งเกมในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก"

"เกี่ยวกับเหตุการณ์หลังเกมในเลกแรกที่สิงคโปร์ มันเป็นเกมที่มีหลากหลายอารมณ์ เป็นปกติของฟุตบอล ผมเองก็เป็นคนที่มีแพสชันที่ค้างคา แต่ยืนยันว่าผมให้ความเคารพสิงคโปร์ และ กาวิน ลี เฮดโค้ชรวมถึงนักเตะของพวกเขา ที่ทำงานได้ยอดเยี่ยม โดยช่วงหลังจบเกม ผมได้เดินไปคุยว่า ระหว่างเกมมีบางสถานการณ์ที่ทำให้ตัวผม และสตาฟไม่พอใจ ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ก่อนที่ทีมจะเสียจุดโทษ เพราะมีนักกีฬาถือบอลต้องทุ่ม เขาถือบอลนานถึง 14-15 วินาที ทั้งที่กฏ กติกา เคลียร์ จบเกม ผมได้คุยกับ กาวิน ลี ว่าสิงคโปร์เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ทำไมถึงทำแบบนั้น ทั้งที่มีคุณภาพรับมือไทยอยู่แล้ว ด้วยอารมณ์ที่ค้างคา ก็มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์ก็จบไปแล้ว ผมยังคงนับถือ กาวิน ลี และนักฟุตบอลสิงคโปร์ทุกคน พอผมตื่นเช้ามาอีกวัน ก็เห็นเต็มฟีด ก็อายเหมือนกัน และได้เฟซไทม์หาคุณแม่ เพื่อรอฟังคำยินดีกลับมา แต่สิ่งที่แม่พูดอย่างแรกเลยคือถามว่าทำไมทำอย่างนั้น ก็รู้สึกเขินเหมือนกัน"

"ผมอยากให้นักกีฬาทุกคนคิดว่ายังเป็น 0-0 ซึ่งก็จะพูดกับนักกีฬาทุกคน เพราะผมไม่อยากให้นักกีฬามองข้าม และคิดว่าเกมนี้ง่าย อยากให้ทุกคนเล่นเหมือนสกอร์ยัง 0-0 ด้วยความเข้มข้นเท่าเดิมเหมือนเกมแรก ทำให้ทุกคนอยากเก็บชัยชนะในเกมนี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทีม ผมคิดว่าผมโชคดี มีนักเตะทุกคนที่ทำงานหนักตั้งแต่วันแรก และทำให้ผมมั่นใจอย่างมาก ถ้าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมคิดว่าเราได้เปรียบที่นักเตะในทีมมีคุณภาพทุกคน เราจะมองเรื่องความสด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเราจะไม่ได้ตกลงไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว"

"ในส่วนของคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวผมตลอดการทำงานที่ผ่านมากับทีมชาติไทย ด้วยความสัตย์จริง ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวผมมาก แต่ว่ามีบางอย่างที่ผมผิดหวังและเศร้าแทนนักกีฬา ในแต่ละแคมป์ ผมคิดว่าพวกเขาควรได้รับเครดิตและพูดถึงในเชิงบวก เพราะทุกคนทำงานหนักมาก และสมควรได้รับเครดิต ส่วนสไตล์การเล่นของผม ใน 2-3 แคมป์ที่ผ่านมา กลุ่มนักเตะก็แตกต่าง เช่นเดียวกับบริบท นี่ก็คือกลุ่มใหม่อีกกลุ่ม ถ้าอิงจากสถิติผมรู้สึกว่าเราทำได้น่าทึ่ง และน่าประทับใจ เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ เกมแรกกับ สิงคโปร์ เรายังทำได้ไม่ดีพอ เรื่องความนิ่งในการครองบอล และความดุดันในการเล่น นี่เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องเพิ่มเติม แคมป์นี้ก็มีนักเตะหน้าใหม่ 6-7 คน บางคนก็มีความกดดัน แต่ถ้าผ่านไปแล้ว ทุกคนน่าจะคลายความกดดันไปได้"

"สุดท้ายการเจอกับสิงคโปร์ เกมที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสิงคโปร์ ตอนนี้แข็งแกร่งและพัฒนาขึ้นมามาก และมีแฟนบอลหนุนหลังล้นหลาม ย้อนกลับไป พวกเขาก็รับมือกับ อินโดนีเซีย และ เวียดนาม ได้ดีมาก สำหรับผมก็ยังผิดหวัง ที่เราน่าจะยิงประตูได้มากกว่านี้ 1-2 ประตู ในเกมที่แล้ว"

"การกระตุ้นนักกีฬา ผมก็เป็นตัวของตัวเอง ผมพยายามพูดคุยปลุกเร้าให้นักกีฬา เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม รวมถึงการเล่นที่เข้มข้น กล้าเล่นเกมรุก เช่นเดียวกับเกมรับ สิ่งสำคัญที่สุดคือให้นักกีฬากล้า ในส่วนนี้ผมก็ทำหน้าที่ที่อยากทำ ก็พยายามปลุกเร้าทุกช่วงเวลาของการแข่งขัน"


cr ภาพ FA Thailand, ฟุตบอลทีมชาติไทย, ช้างศึก

 




Date : 2026-08-17