Date : 2026-10-28

ฮือฮา !! โค้ชไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ คุมทีมดัง “วอลเล่ย์บอลหญิงญี่ปุ่น”
สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการวอลเลย์บอลไทยอีกครั้ง สำหรับ “ภวินท์ จารย์ลี” ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวไทยของสโมสรอารันมาเร่ อาคิตะ โชไน ทีมวอลเลย์บอลหญิงในศึก SV.League ประเทศญี่ปุ่น หลังได้รับโอกาสลงทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอน ยืนบัญชาการทีมข้างสนามในลีกอาชีพของญี่ปุ่น นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบุคลากรวอลเลย์บอลไทยบนเวทีต่างประเทศ
เส้นทางในประเทศญี่ปุ่นของภวินท์เริ่มต้นจากการทำหน้าที่ล่ามให้กับ “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี ในฤดูกาล 2018–2019 ซึ่งเป็นปีแรกที่นักตบสาวทีมชาติไทยเดินทางไปเล่นให้กับสโมสรพีเอฟยู บลูแคตส์ โดยเจ้าตัวมีพื้นฐานจากการเล่นวอลเลย์บอลมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ก่อนจะไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นและเข้าร่วมชมรมวอลเลย์บอล ประกอบกับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ทำให้เข้าใจทั้งศัพท์เฉพาะและรายละเอียดของกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี
เส้นทางจากล่ามสู่การเป็นโค้ชค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2024 ภวินท์ทำหน้าที่ล่ามให้กับ “ยูฟ่า” ดลพร สินโพธิ์ ก่อนจะขยับมาดูแลนักวอลเลย์บอลหญิงไทยถึง 3 คนในปี 2025 ได้แก่ “เพียว” อัจฉราพร คงยศ, “ไก่” วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์ และ “ยูฟ่า” ดลพร สินโพธิ์
หลังจากนั้น ภวินท์เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการอบรมผู้ฝึกสอนหลักสูตร FIVB Level 1 ก่อนกลับไปร่วมงานกับสโมสรอีกครั้งในปี 2026 โดยครั้งนี้ได้รับโอกาสให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ควบคู่กับการทำหน้าที่ล่ามดูแลวิมลรัตน์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นโค้ชอย่างจริงจัง
โอกาสครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในเกมเยือนกุนมะ กรีนวิงส์ ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2569 เมื่อคริสเตียน มิไฮลอฟ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ติดภารกิจเดินทางไปเป็นวิทยากรในหลักสูตรผู้ฝึกสอนของ FIVB ที่ประเทศเกาหลีใต้ ทำให้ภวินท์ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนและยืนคุมทีมข้างสนามแทน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้ คือการมีใบอนุญาตผู้ฝึกสอนที่ถูกต้อง รวมถึงการเป็นบุคลากรที่อยู่กับสโมสรมานานที่สุดถึง 3 ปี หลังทีมงานชุดเดิมทยอยย้ายออกไป ความคุ้นเคยกับนักกีฬาและระบบการทำงานของทีมจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้สามารถรับหน้าที่สำคัญได้ แม้จะเป็นประสบการณ์การยืนคุมทีมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในชีวิตก็ตาม
สำหรับเป้าหมายกับอารันมาเร่ ภวินท์ต้องการพาทีมผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลให้ได้เป็นครั้งแรก ขณะที่เป้าหมายส่วนตัวคือการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในบทบาทล่ามและผู้ฝึกสอนจากลีกญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด ก่อนนำความรู้กลับมาช่วยสนับสนุนนักวอลเลย์บอลไทยรุ่นใหม่ที่ต้องการออกไปหาประสบการณ์ในต่างประเทศ
เส้นทางของภวินท์จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาตัวเองจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จนได้รับโอกาสสำคัญในลีกอาชีพต่างประเทศ และอาจเป็นแรงผลักดันให้คนไทยที่มีความฝันอยากทำงานในวงการวอลเลย์บอลระดับนานาชาติกล้าที่จะก้าวออกไปคว้าโอกาสของตัวเอง
Date : 2026-10-28