img

Date : 2026-10-15



ปอ ตนุภัทร เปิดใจ !! ขอโทษ “พี่น็อต-พี่ชมพู่” พร้อมขอจัดรีแมตช์-แข่งใหม่กติกาเดียวกัน

ปอ ตนุภัทร เปิดใจ !! ขอโทษ “พี่น็อต-พี่ชมพู่” พร้อมขอจัดรีแมตช์-แข่งใหม่กติกาเดียวกัน

ปอ ตนุภัทร ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดราม่าการแข่งขันรถโกคาร์ต TrueVisions Championship 2026 รุ่น Cadet B พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ น็อต วิศรุต และ ชมพู่ อารยา รวมถึงแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้ทีมที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรถและผู้ตรวจสภาพออกมารับผิดชอบ พร้อมเสนอให้จัดการแข่งขันใหม่ภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อให้นักแข่งรุ่นเยาว์ทุกคนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการแข่งขันโกคาร์ต รุ่น Cadet B หลังมีการยื่นประท้วงผลการแข่งขันของ “น้องพายุ” ซึ่งคว้าอันดับ 1 มาครอง โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ใช้ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของการแข่งขันหรือไม่

ต่อมา ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการแข่งขันรุ่น Cadet-B รายการ Super Kart Thailand Championship 2026 โดยระบุว่าเครื่องยนต์ที่ใช้กับรถของน้องพายุไม่ถูกต้องตามกติกา เนื่องจากการแข่งขันรุ่นดังกล่าวกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน

ล่าสุด วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ปอ ตนุภัทร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวของน้องพายุ โดยยืนยันว่าชื่นชมในความสามารถของเด็ก และเชื่อมั่นว่าน้อง ๆ หลายคนมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งแถวหน้าของประเทศไทยในอนาคต

ปอ ตนุภัทร เปิดใจว่า “น้องเป็นเด็กที่ขับรถได้เก่งมาก แล้วก็มีการใช้ไลน์ที่ดี หลายๆ ครั้งที่ผมเห็นเทคนิคของน้องพายุ ขับได้ดีกว่าลูกชายของผม เขาเปิดไลน์แล้วเสียบ ผมเห็นเด็กในกลุ่มนี้ 2-3 คน ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นนักแข่งเจเนอร์เรชันแรกของประเทศไทย ที่จะเป็นหัวแถวของประเทศ”

พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวน้องพายุ หากการตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎการแข่งขันทำให้เกิดความเสียใจ โดยระบุว่า

“ฝากถึงครอบครัวของน้องพายุ ถ้าการที่ผมสอบถามเรื่องของกฎกติกา ทำให้เกิดความเสียใจของครอบครัว ผมกราบขออภัย พี่น็อต พี่ชมพู่ รวมถึงเอฟซีทุกท่านเลย ที่ทำให้ความเสียใจในวันนั้นเกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ปอยืนยันว่าการตั้งข้อสงสัยดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องความถูกต้องและความเท่าเทียมให้กับนักแข่งทุกคน โดยอธิบายถึงที่มาของการเข้าไปสอบถามเรื่องนี้ว่า

“ผมก็คิดถึงความยุติธรรมที่ถูกต้อง ความเท่าเทียม และนึกถึงครอบครัวของนักแข่งท่านอื่นๆ เหตุการณ์ในวันนั้นผมไม่ได้ขึ้นไปประท้วงเป็นคนแรก มีคนขึ้นไปประท้วงแล้ว แต่ไม่เป็นผล เขาได้เดินมาเล่าให้ผมฟัง ผมเลยขอดูว่าจริงไหม แต่ผมไม่เชื่อ เมื่อได้ดูก็รีบไปถามผู้จัดว่าใช้ได้หรือ มันกระทบต่อจิตใจ เด็กที่กำลังรอขึ้นโพเดียม แต่รางวัลวันนั้นถูกหยุด มันกระทบจิตใจมาก เราอยากให้ลูกเราได้ขึ้นรับตำแหน่งที่ 2 ในวันนั้นเราพอใจ”

จากนั้น ปอได้ตั้งคำถามถึงทีมที่ดูแลรถแข่งและผู้ตรวจสภาพ โดยมองว่าทั้งสองฝ่ายควรมีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า

“ปัญหานี้เปลี่ยนจริงๆ มีอยู่ 2 ท่านคือ คนที่เปลี่ยนเครื่องคือใคร DT MOTORSPORTS คุณทำรถแข่งมากี่ปี จะไม่รู้เลยหรือว่า เด็ก 8-9 ปี แข่งรุ่น Cadet-B โมเครื่องไม่ได้ ไม่มีทาง”

ส่วนประเด็นการตรวจสอบสภาพรถ ปอแสดงความสงสัยว่าเหตุใดเครื่องยนต์ที่มีข้อแตกต่างจึงผ่านการตรวจสอบมาได้ โดยกล่าวว่า

“คนที่ 2 คือผู้ตรวจสภาพ ควรที่จะต้องเห็นบ้างว่าเครื่องเหมือนไหม แต่เขาอาจจะไม่ได้ตรวจจริงจัง แต่หลังจากที่คุณวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว รถทุกคันจะถูกล็อกไปทางอื่นไม่ได้ น้องพายุอยู่ในท็อป จะต้องถูกตรวจอย่างละเอียด มีการแยกเครื่องออกเป็นชิ้น เครื่องไม่เหมือนกันกับรถ 20 คัน ตรวจผ่านได้อย่างไร เครื่องตัวนั้นปี 2014 กับตัวใหม่ทุกคัน 2026 จะเหมือนกันได้อย่างไร”

ปอยังเรียกร้องให้ทีมที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรถออกมาชี้แจงและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตรวจสอบในการแข่งขันที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน โดยระบุว่า

“ขอให้ทีมที่ทำรถออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ คุณทำร้ายเด็ก โดยที่คุณรู้หรือไม่รู้ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คุณรับผิดชอบไหวไหมกับการที่คุณยังต้องการให้ชนะ ส่วนผู้จัดการแข่งขัน จัดมา 20 กว่าปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจัด ผู้ตรวจสภาพมาจาก รยสท. มีโลโก้ FIA สมาพันธ์โลก ไม่รู้หรือว่าเครื่องตัวนี้ เด็กใช้แข่งไม่ได้”

ขณะเดียวกัน ปอยืนยันว่าไม่เชื่อว่าน้องพายุจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ รวมถึงเชื่อมั่นว่าพ่อแม่ของเด็กไม่ได้รับรู้เรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่า

“ผมยืนยันว่า น้องพายุไม่มีทางเดินไปหยิบอะไหล่เครื่องแล้วเอามาวิ่งด้วยตัวเอง น้องไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่อง รวมถึงพ่อแม่ ผมเชื่อมั่น 100% พี่น็อต พี่ชมพู่ รวมถึงครอบครัวไม่มีทางรู้”

นอกจากนี้ ปอยังพูดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยยอมรับว่าเรื่องราวในอดีตทำให้การแสดงความคิดเห็นของเขาถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่กังวลที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่

“เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ ผมตกผลึกว่าอย่างนี้แล้วกัน ว่าผมมีตำหนิเรื่องคดีเรือเกิดอุบัติเหตุ และไม่ได้อธิบาย เพราะพูดไปก็ไม่เกิดผล ทำให้วันนี้พอผมพูดอะไรมันก็ผิด ผมไม่เป็นไร แต่เกิดกับลูกผมที่ไม่เกี่ยวข้อง ผมอยากให้คนที่ดูอยู่ถามใจว่า คุณรู้สึกอย่างไร”

ปอยังกล่าวถึงความรู้สึกของตัวเองและลูกชาย หลังการแข่งขันครั้งนี้จบลงท่ามกลางข้อถกเถียง โดยยอมรับว่าเสียใจที่เห็นน้องพายุร้องไห้ ขณะเดียวกันลูกชายของตัวเองก็ผิดหวังที่ไม่ได้ขึ้นรับรางวัล พร้อมยืนยันว่าตนสอนลูกให้ยอมรับความพ่ายแพ้มาโดยตลอด

“ถามว่าผมผิดตรงไหน ผิดที่เหตุเกิดขึ้นกับคนที่เป็นซูเปอร์สตาร์ ผมเป็นเพียงพ่อค้า มันต่างกันตรงนั้น ผมเสียใจด้วยที่เห็นน้องพายุร้องไห้ ลูกชายผมก็เสียใจด้วยที่ไม่ได้ขึ้นรับรางวัล เขาบอกว่าพ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงลูกแพ้ไม่เป็น ผมสอนเสมอว่าต้องแพ้ให้เป็น”

สำหรับความสัมพันธ์กับครอบครัวของน้องพายุ ปอระบุว่าขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับน็อตและชมพู่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับครอบครัวนักแข่งรายใด พร้อมมองว่าการแข่งขันย่อมมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้

“ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับพี่น็อต พี่ชมพู่ เราไม่ได้มีปัญหากัน ครอบครัวนักแข่งทุกท่านไม่ได้มีปัญหากัน ในการแข่งครั้งนี้มีผู้ชนะและแพ้”

ท้ายที่สุด ปอเสนอให้ผู้จัดการแข่งขันพิจารณาจัดการแข่งขันใหม่โดยเร็ว เปิดโอกาสให้ลูกชายของตัวเอง น้องพายุ และนักแข่งคนอื่น ๆ กลับมาประชันฝีมือกันอีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่เท่าเทียมกันทั้งด้านกติกาและเครื่องยนต์ เพื่อให้ผลการแข่งขันตัดสินกันด้วยความสามารถของนักแข่งอย่างแท้จริง

“ผมขอให้มีการจัดการแข่งขันใหม่ ผมอยากให้ลูกผม น้องพายุ และน้องทุกคนรีแมตช์จัดแข่งใหม่เร็วที่สุดอีกครั้ง ในกติกาเดียวกัน เครื่องแบบเดียวกัน ให้น้องได้โชว์ฝีมือ”


cr รายการ เรื่องเด่นเย็นนี้

 




Date : 2026-10-15