img

Date : 2026-08-13



สมจิตร จงจอหอ วิเคราะห์ละเอียดยิบ !! หาก “นาบิล - รถถัง” ขึ้นชิงเหรียญทองโอลิมปิก

สมจิตร จงจอหอ วิเคราะห์ละเอียดยิบ !! หาก “นาบิล - รถถัง” ขึ้นชิงเหรียญทองโอลิมปิก

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการมวย หลังมีความชัดเจนว่า “นาบิล อานาน” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เตรียมเข้าสู่เส้นทางมวยสากลสมัครเล่น เพื่อโอกาสเป็นตัวแทนทีมชาติไทยลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028

ก่อนหน้านี้ ONE Championship เตรียมจับมือกับสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการเข้าสู่เส้นทางมวยสากลของ นาบิล ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ขณะเดียวกัน สมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 1996 ยังเปิดเผยว่า “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเดินตามเส้นทางเดียวกัน ทำให้เกิดกระแสพูดถึงภาพที่สองนักมวยชื่อดังอาจลงแข่งขันเพื่อทีมชาติไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก

ล่าสุด สมจิตร จงจอหอ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ออกมาให้มุมมองอย่างละเอียดถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว โดยยอมรับว่า นาบิล และ รถถัง สามารถเข้าสู่เส้นทางทีมชาติได้ แต่ไม่ใช่เพียงแค่มีชื่อเสียงแล้วจะสามารถลงแข่งขันในนามทีมชาติได้ทันที

“ได้ แต่ว่าทุกอย่างต้องมีกระบวนการของมัน ต้องผ่านการคัดเลือกตัว เริ่มต้นจากมวยสากลสมัครเล่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งสมาคมจัดปีละ 1 ครั้ง เป็นแชมป์ประเทศไทยแล้วก็มาอยู่ทีมชาติ อยู่ทีมชาติก็มาคัดในทีมชาติอีก แล้วเป็นตัวแทนทีมชาติ ไปคัดตัวโอลิมปิก”

อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกยังวิเคราะห์ถึงเรื่องรุ่นน้ำหนัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 จะใช้รุ่นน้ำหนักตามกติกาใหม่ และต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสรีระของนักชกแต่ละคน

“ถ้าชกรุ่น 70 ไม่รอด! นะครับ อันนี้พูดตรงๆ 80 คางหัก, 60 ทำน้ำหนักไม่ได้ มันแค่นี้ ต้องเข้าใจและวิเคราะห์ให้ถูกต้องก่อนว่า น้ำหนักที่เขาเปลี่ยนแปลงไปเนี่ยมันมีอะไรบ้าง แล้วตัวเราเนี่ยมันเหมาะกับเวตนั้นไหม”

สมจิตร มองว่า การเปลี่ยนจากมวยไทยมาสู่มวยสากลสมัครเล่นไม่ใช่เรื่องที่สามารถปรับตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น แม้นักชกจะมีประสบการณ์บนเวทีระดับโลกมาแล้วก็ตาม เพราะรูปแบบการชก กติกา จังหวะการออกอาวุธ และระบบการฝึกซ้อมมีรายละเอียดแตกต่างกัน

“แต่อยากจะบอกว่าเส้นทางของนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันต้องมีหลายอย่าง มวยไทย กับ มวยสากลยากมาก ผมบอกเลยว่าฝึกมวยสากล 6 ปี! 6 ปีครับถึงจะรู้ว่าตัวเองชกเป็น”

นอกจากนี้ สมจิตร ยังยกกรณีในอดีตที่สมาคมมวยสากลเคยดึงนักมวยไทยชื่อดังเข้ามาสู่ระบบมวยสากลสมัครเล่น พร้อมเตือนว่าประสบการณ์ดังกล่าวควรนำมาเป็นบทเรียน หากต้องมีการเจรจานำนักชกจาก ONE เข้ามาสู่ทีมชาติอีกครั้ง

สมจิตร ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการดึงนักมวยไทยอย่าง แสงมณี และ ซุปเปอร์แบงค์ เข้ามาชกมวยสากลสมัครเล่น แต่สุดท้ายไม่สามารถไปได้ถึงเป้าหมาย และกลับไปแข่งขันมวยไทยตามเดิม ซึ่งทำให้สมาคมต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

สำหรับกรณีของ นาบิล และ รถถัง เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008 มองว่า หากสมาคมต้องเจรจากับ ONE หรือ ชาตรี ศิษย์ยอดธง เพื่อดึงตัวนักชกเข้ามา ย่อมมีเรื่องค่าใช้จ่ายและข้อตกลงต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องประเมินอย่างรอบคอบว่าการลงทุนดังกล่าวจะตอบโจทย์ทีมชาติหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สมจิตร ยืนยันว่า หากทั้ง นาบิล และ รถถัง ต้องการพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางมวยสากล ก็สามารถเข้ามาทดสอบฝีมือได้ เพราะการได้สัมผัสระบบจริงจะทำให้รู้ทันทีว่าความท้าทายแตกต่างจากมวยไทยมากเพียงใด 

“ยากที่จะเก่งข้ามคืน มันไม่ใช่ถูกลอตเตอรี่ ไม่มีหรอกครับ แต่ก็เป็นกำลังใจให้สมาคมนะครับ”  

หาก นาบิล และ รถถัง เดินหน้าเข้าสู่ระบบมวยสากลสมัครเล่นจริง ทั้งคู่จะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและพิสูจน์ตัวเองตามขั้นตอน ไม่สามารถใช้เพียงชื่อเสียงหรือความสำเร็จจากมวยไทยเป็นหลักประกันในการคว้าสิทธิ์โอลิมปิกได้

เส้นทางสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 จึงยังอีกยาวไกล และสิ่งที่แฟนมวยต้องจับตาคือ ทั้งสองยอดนักชกจะสามารถปรับตัวจากมวยไทยสู่มวยสากล และก้าวผ่านระบบคัดเลือกจนมีโอกาสขึ้นชิงเหรียญทองโอลิมปิกได้หรือไม่


 




Date : 2026-08-13