Date : 2026-07-14

ไม่มีชัชชุอร ไม่มีหัตยา !! แต่ “วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” จารึก 3 ประวัติศาสตร์โลก VNL 2026
แม้จะต้องลงแข่งขันโดยไม่มีผู้เล่นตัวหลักหลายราย แต่ “วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” ยังสร้างผลงานที่น่าทึ่งบนเวทีโลก
ในศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2026 (VNL 2026) พร้อมจารึก 3 ช่วงเวลาสำคัญที่กลายเป็นความทรงจำของแฟนลูกยางไทย
ตลอดการแข่งขันทั้ง 3 สนาม ทีมสาวไทยต้องเผชิญปัญหาขุมกำลังไม่สมบูรณ์ เมื่อขาดแกนหลักถึง 4 คน ได้แก่ ชัชชุอร โมกศรี ตัวทำแต้มคนสำคัญ, หัตถยา บำรุงสุข กำลังหลักในเกมบล็อก, วิภาวี ศรีทอง ผู้เล่นอเนกประสงค์ และ ธนัชชา สุขสด ตัวตบที่มักสร้างความแตกต่างในฐานะซูเปอร์ซับ
ขณะที่หลายทีมชั้นนำของโลกต่างส่งผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ลงสนามอย่างพร้อมหน้า แต่ทีมไทยยังสามารถยืนหยัดต่อสู้จนจบการแข่งขันด้วยผลงานชนะ 3 นัด แพ้ 9 นัด จบอันดับ 14 ของตาราง และรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ
ตลอดทัวร์นาเมนต์ ไทยสร้าง 3 ประวัติศาสตร์สำคัญ ประกอบด้วย
– การปลดล็อกชัยชนะเหนือบัลแกเรีย ชัยชนะนัดแรกของทัวร์นาเมนต์
– การเอาชนะแคนาดา ซึ่งนับเป็นการโค่นทีมยักษ์ใหญ่แถวหน้าระดับท็อปโลกครั้งแรกใน VNL 2026
– และผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการเอาชนะบราซิล 3-0 เซต เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี พร้อมการันตีการอยู่รอดบนเวที VNL
แม้จะขาดผู้เล่นคนสำคัญ แต่ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในเกมรุก ทำคะแนนรวมตลอดการแข่งขันได้ถึง 197 คะแนน
ขณะที่ ทัดดาว นึกแจ้ง โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมบล็อกและเกมรุกแดนหน้า
นอกจากนี้ ทีมงานยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรุ่นใหม่อย่าง ออมสิน และ เฟิร์น ได้รับประสบการณ์จากเกมระดับโลก ซึ่งถือเป็นการสร้างรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตของทีมชาติไทย
ด้านผลตอบแทนจากผลงานในสนาม ไทยคว้าเงินรางวัลจาก Volleyball World จำนวน 66,750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.22 ล้านบาท
และยังได้รับเงินอัดฉีดจาก JAS และ Mono อีก 4 ล้านบาท รวมมูลค่ามากกว่า 6.22 ล้านบาท
ในส่วนของอันดับโลก ไทยเริ่มต้นการแข่งขันด้วยอันดับ 18 ก่อนจะหล่นไปถึงอันดับ 22 ในช่วงแรกของรายการ
แต่ชัยชนะเหนือบราซิลแบบ 3-0 เซต ทำให้ทีมเก็บคะแนนก้อนใหญ่และขยับกลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 17 ของโลก หลังจบการแข่งขัน
แม้จะมีหลายจุดที่ยังต้องพัฒนา ทั้งเกมบล็อกเมื่อเจอกับทีมรูปร่างสูงใหญ่ ความสม่ำเสมอของบอลแรก รวมถึงการปิดเซตในช่วงเวลาสำคัญ
แต่ผลงานที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายคน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และหัวใจของทีมชาติไทยที่ยังพร้อมต่อสู้กับชาติชั้นนำของโลก
Date : 2026-07-14