img

Date : 2026-06-07



ชนาธิป ขอพูดถึง “น้อง เอราวัณ การ์นิเย่” หลังเห็นฟอร์ม ประเดิม “ทีมชาติไทย” ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก

ชนาธิป ขอพูดถึง “น้อง เอราวัณ การ์นิเย่” หลังเห็นฟอร์ม ประเดิม “ทีมชาติไทย” ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก

แม้ผลงานของทีมชาติไทยจะถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังเปิดบ้านเสมอทีมชาติคูเวต 2-2 ในเกมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์

แต่หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการลงสนามของบรรดาแข้งหน้าใหม่ โดยเฉพาะ เอราวัณ การ์นิเย่ ที่มีโอกาสประเดิมรับใช้ทัพช้างศึกชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

ล่าสุด ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญของทีมชาติไทยจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บ

ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงภาพรวมของทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน รวมถึงการปรับตัวของนักเตะสายเลือดใหม่ที่ถูกเรียกติดทีมในครั้งนี้

ชนาธิปมองว่า ปัจจุบันทีมชาติไทยมีขนาดทีมที่ใหญ่ขึ้นและมีนักเตะให้เลือกใช้งานหลากหลายมากกว่าเดิม

ส่งผลให้การประสานงานอาจยังไม่ลงตัวเต็มที่ เนื่องจากผู้เล่นหลายคนยังไม่มีโอกาสลงสนามร่วมกันมากนัก

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกล่าวถึงการกลับมาติดทีมชาติของสองแข้งมากประสบการณ์อย่าง สุรชาติ สารีพิมพ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา ว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อรุ่นน้องในทีม

“การตัดสินใจเรียกตัวเก๋าประสบการณ์สูงอย่าง สุรชาติ สารีพิมพ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา เข้ามาร่วมทัพในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจชิ้นเยี่ยมให้กับแข้งรุ่นน้อง

ในการเรียนรู้วิธีการทำงานและรักษาสภาพร่างกายจนสามารถรับใช้ชาติได้ในวัยนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อทีมเป็นอย่างมาก”

ขณะเดียวกัน อดีตแข้งของ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ยังได้พูดถึงนักเตะหน้าใหม่อย่าง ธีรภัทร ปรือทอง, จู๊ด เบลล์ และ เอราวัณ การ์นิเย่ ว่าเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพสูง แต่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่

“ทุกคนล้วนเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพสูง แต่อาจต้องเผชิญกับอุปสรรคในการปรับตัวช่วงแรก ทั้งเรื่องการเดินทางไกล อาการเจ็ตแล็ก และกำแพงภาษา”

สำหรับ เอราวัณ การ์นิเย่ ชนาธิปมองว่าเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจและกล้าเล่น เพียงแต่ยังต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมให้มากขึ้น

“ฟอร์มของ เอราวัณ กานิเย่ร์ เป็นนักเตะที่กล้าคิดกล้าเล่น แต่อาจจะยังไม่เข้าจังหวะกับเพื่อนร่วมทีมเท่าที่ควร ซึ่งหากดาวรุ่งรายนี้สามารถลดความกดดัน ผ่อนคลาย และสนุกกับเกมได้มากขึ้น

ก็จะสามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างแน่นอน อยากให้แฟนบอลชาวไทยช่วยกันให้เวลา และสนับสนุนสายเลือดใหม่ชุดนี้ต่อไป”

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก มีโปรแกรมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน ด้วยการบุกไปเยือนทีมชาติจีน อันดับ 93 ของโลก

ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ สนาม จินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์ สเตเดียม สนามความจุ 29,800 ที่นั่ง ในเมืองเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 


 




Date : 2026-06-07